เล่นรูเล็ตมือใหม่ ก่อนจะเล่นควรศึกษาขั้นตอนการเล่น อะไรบ้าง

เล่นรูเล็ตมือใหม่

เล่นรูเล็ตมือใหม่ ขั้นตอนการเล่นมีอะไรบ้าง

เล่นรูเล็ตมือใหม่ คาสิโนออนไลน์ เปรียบเป็นโลกอีกใบที่เปิดโอกาสให้นักเสี่ยงโชคได้เลือกลงทุน สร้างโอกาสในการไขว่คว้าเงินรางวัล ด้วยเกมการเสี่ยงโชคที่หลากหลาย พร้อมสร้างความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ท้าทายให้คุณอยากพิชิตรางวัลอย่างไม่สิ้นสุดในบทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับพระเอกของคาสิโนออนไลน์ที่คุณไม่ควรพลาดอย่าง “รูเล็ต” อีกหนึ่งเกมคาสิโนที่นักเสี่ยงโชคขาจรต่างร้องอ๋อ ด้วยสไตล์เฉพาะตัวที่มีทั้งความสนุก เร้าใจ แถมยังสร้างกำไรได้ไม่ยาก ถ้าพร้อมจะเป็นนักท่องคาสิโนตัวจริงแล้ว มาทำความรู้จักกับ รูเล็ตดาวเด่นแห่งโลกคาสิโน

แหล่งต้นกำเนิดรูเล็ต เล่นรูเล็ตมือใหม่

รูเล็ต (Roulette) เกมเดิมพันจากวงล้อและลูกบอล ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆใน เว็บพนันออนไลน์ โดยมีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส และถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1842 ในอดีตนักพนันสามารถเข้าไปเล่นได้ตามบ่อนคาสิโนทั่วไปแต่เมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีมากขึ้น ทำให้เราสามารถ เล่นรูเล็ตผ่านเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเกมนี้มีจุดเด่นคือ การใช้วงล้อที่ประกอบไปด้วยตัวเลข 0 – 36 สลับตำแหน่ง และสลับสีกัน แล้วหมุนเพื่อออกรางวัล ซึ่งจะมีลูกเหล็กเล็กๆ กลิ้งไปมาตามแรงหมุน ถ้าลูกกลิ้งเหล็กไปหยุดหรือตกลงในช่องตัวเลขไหน ผู้เล่นที่วางเดิมพันตัวเลขนั้นก็ได้รับรางวัลไป

รู้จักเกมรูเล็ตทั้ง 2 ชนิด

อีกหนึ่งสิ่งที่นักเสี่ยงโชคมือใหม่จะต้องเรียนรู้เบื้องต้น คือ ชนิดของเกมรูเล็ต โดยเราสามารถแบ่งชนิดของเกมได้จากลักษณะของ โต๊ะรูเล็ต สิ่งนี้เป็นส่วนสำคัญในการเดิมพันอย่างมาก แม้จะมีความแตกต่างในการเล่นเพียงเล็กน้อย แต่ก็ถือเป็นความแตกต่าง เพราะฉะนั้นมารู้จักกับโต๊ะเดิมพันรูเล็ตทั้ง 2 ชนิดกันเลย

1. โต๊ะรูเล็ตแบบยุโรป
ประกอบไปด้วยตัวเลขตั้งแต่ 0 – 36 รวมทั้งหมดเป็น 37 หมายเลข ซึ่งเป็นโต๊ะรูเล็ตที่สร้างโอกาสในการชนะแก่ผู้เดิมพันมากขึ้น

2. โต๊ะรูเล็ตแบบอเมริกา
ประกอบไปด้วยตัวเลขตั้งแต่ 0 – 36 และเพิ่ม 00 อีกหนึ่งช่องในวงล้อ รวมทั้งหมดเป็น 38 หมายเลข ซึ่งโต๊ะประเภทนี้สร้างความได้เปรียบแก่ฝั่งคาสิโนมากกว่าผู้เดิมพันเล็กน้อย

เล่นรูเล็ต เล่นง่ายๆ ไม่มีอะไรวุ่นวาย

เพื่อเพิ่มทักษะให้คุณเป็นนักเดิมพันแห่งโลกคาสิโน การรู้กติกาและวิธีการเล่นรูเล็ตเบื้องต้น จะเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ เพราะคุณสามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างผลกำไรจากการชนะเงินเดิมพันในอนาคตได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

ทำความเข้าใจวิธีเล่นรูเล็ตเบื้องต้น

  1. ผู้ควบคุมเกม (Croupier) จะจับเวลา 60 วินาที ให้นักเดิมพันเลือกวางเดิมพันตามหมายเลข หรือรูปแบบที่ต้องการ ซึ่งการเลือกแต่ละรูปแบบนั้นจะมีสัดส่วนการจ่ายที่แตกต่างกันไป
  2. หลังจากวางเดิมพันแล้ว ผู้ควบคุมเกม (Croupier) จะทำการหมุนวงล้อรูเล็ตไปทางซ้าย แล้วโยนลูกบอลลงไปตามแนวการหมุนของวงล้อรูเล็ต
  3. เมื่อลูกบอลหยุดลงที่หมายเลขใดหมายเลขหนึ่ง ผู้ควบคุมเกมจะแสดงผลหมายเลขที่ลูกบอลอยู่ แล้วนำมาเปรียบเทียบเพื่อตรวจสอบผล

รูปแบบการแทงรูเล็ตมีอยู่ 2 รูปแบบ

เกมรูเล็ตมีวิธีการเดิมพันหลากหลายให้เลือกเล่น โดยการแบ่งรูปแบบการเดิมพันออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่

คือการเดิมพันในรูปแบบ Outside bet และ Inside bet

  1. Outside bet – รูปแบบการเดิมพันที่ไม่มีการจำเพาะเจาะจงในตัวเลข เช่น การเดิมพันด้วยรูปแบบการเดิมพัน คู่คี่ แดงดำ หรือ สูงต่ำ เป็นต้น
  2. Inside bet – รูปแบบการเดิมพันตัวเลขต่างๆ ที่มีในกระดานรูเล็ต เช่น เลือกวางเดิมพันหมายเลข 1 หรือ วางเดิมพันคร่อมหมายเลข 5, 6 และ 7 รูปแบบนี้จะทำให้มีอัตราการจ่ายผลตอบแทนสูงกว่าการเดิมพันแบบ Outside แต่ก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้นด้วยเช่นกัน

รูปแบบการแทง รูเล็ต ทั้งหมด 11 รูปแบบ

นอกจากนี้ยังมีวิธีการแทงรูเล็ตอีก 11 วิธีด้วยกัน ซึ่งในแต่ละตัวเลือกจะมีสัดส่วนของการจ่ายผลตอบแทนและการเดิมพันที่ต่างกันออกไป มาดูกันเลยว่าในแต่ละวิธีจะเป็นอย่างไร และวิธีไหนจะเป็นแนวทางที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ

1.Black – Red (เต็ง ดำ – แดง)
นักเดิมพันสามารถเลือกเลขเดิมพันได้ถึง 36 หมายเลข ตั้งแต่หมายเลข 1 จนถึง 36 ซึ่งวัดผลแพ้ชนะจากการที่ลูกบอลรูเล็ตนั้นตกลงที่แถบ สีดำ หรือ สีแดง เป็นหลัก โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:1

2.Even – Odd (เต็ง คู่ – คี่)
เป็นวิธีที่มีความเสี่ยงต่ำ เพียงเลือกแทงเลขที่ออกนั้นจะเป็นเลขคู่ หรือเลขคี่ หากผลการทายรูเล็ต ออกมาได้หมายเลข 0 เจ้ามือจะเป็นผู้ชนะในตานั้น โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:1

3.Big – Small (สูง – ต่ำ)
เป็นวิธีการแทงว่าเลขที่ออกนั้นจะเป็นเลขสูงหรือต่ำ ซึ่งเลข ‘ต่ำ’ ในรูเล็ต คือ 1-18 และเลข ‘สูง’ คือ 19-36 โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:1

4.Column (เต็งแถว)
เกมรูเล็ตจะมีแถวให้นักเดิมพันเลือกเดิมพัน 3 แถว คือ 1st, 2nd และ 3rd ในแต่ละแถวจะมี 12 หมายเลข รวมหมายเลขทั้งหมด 3 โซน รวมเป็น 36 หมายเลข โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:2

5.Dozen (เต็งโซน)
นักเสี่ยงโชคสามารถเลือกเดิมพันด้วยวิธีนี้โดยเลือกหมายเลขจาก 3 โซน คือ 1st (1 – 12), 2nd (13 – 24), และ 3rd (25 – 26) ในแต่ละโซนจะมีหมายเลขอยู่ 12 หมายเลข ผู้ชนะจะอ้างอิงจากโซนที่ออกผลรางวัล โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:2

6.Basket (คร่อมสี่เลขแบบบาสเก็ต)
นักเสี่ยงโชคสามารถวางเดิมพันคร่อมหมายเลข ได้แค่ 0, 1, 2 และ 3 เท่านั้น โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:8

7.Line (คร่อมหกเลข)
นักเสี่ยงโชคสามารถวางเดิมพันด้วยวิธีนี้เผื่อไว้ได้ ในกรณีที่ยังมองไม่เห็นความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น คือการคร่อมหมายเลขถึง 6 หมายเลข ยกเว้นเลข 0 โดยมีอัตราจ่ายเงินรางวัลที่ 1:5

8.Square (คร่อมสี่เลข)
อีกหนึ่งวิธีที่สามารถนำไปใช้ได้ในกรณีที่ยังไม่มีหมายเลขในดวงใจ รูปแบบวิธีเดิมพันคล้ายกับแบบ Line แต่จะลดจำนวนตัวเลขที่วางคร่อมเหลือเพียง 4 ตัว โดยการนำชิปเดิมพันวางตรงกลางระหว่างทั้ง 4 หมายเลข ที่สำคัญวิธีนี้มีอัตราจ่ายสูงด้วย (1:8)

9.Street (คร่อมสามเลข)
วิธีการสร้างกำไร ที่มีความเสี่ยงแต่คุ้มไม่น้อย คือรูปแบบการวางคร่อม 3 หมายเลข ซึ่งมีวิธีการวางเหมือนกับ Line และ Square แต่คุณสามารถวางคร่อมได้แค่ 3 เลขเท่านั้น หากทายผลรูเล็ตถูก อัตรการจ่ายจะสูงถึง 11 เท่า (1:11)

10.Split (คร่อมสองเลข)
ความคุ้มค่าที่ควรลองเสี่ยงอีกวิธี คือการวางคร่อม 2 หมายเลข โดยมีวิธีการวางเหมือน 3 ข้อข้างต้นแต่คุณสามารถวางคร่อมได้แค่ 2 เลขเท่านั้น หากทายผลรูเล็ตถูก อัตราการจ่ายจะสูงถึง 17 เท่า (1:17)

11.Straight up (เต็งเลข)
วิธีนี้เป็นการเลือกตัวเลขเดียวจากวงล้อ คุณสามารถเลือกเลขใดก็ได้ 1 ตัว (หมายเลข 0 – 36)หากคุณทายหมายเลขถูก เงินรางวัลรูเล็ต คูณ 35 เท่า (1:35) จะตกเป็นของคุณทันที